個人檔案ศิษย์สำนักสามดาบ相片部落格清單更多 工具 說明

ศิษย์สำนักสามดาบ

graphic  
第 1 張 / 共 8 張

Wongtangprasert Tossapon

Windows Media Player

9 December

ไอ้ห่วยเอ๊ย......

แม่งๆๆๆๆๆๆๆๆ

เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆ

ช่างแม่งๆๆๆๆๆ

เลิกๆๆๆๆๆๆๆ
3 December

จบสักที จุฬาวิชาการ

เหนื่อยมากกกกกกกกกกก ทั้งงานราษฏ์งานหลวง เล่นเอาปวดหัวเลย
แต่ก็หนุกดี บรรยากาศการทำงานที่ห่างหายไปนานกลับมาอีกครั้ง
แถมคราวนี้ได้ทุนเยอะกว่าเดิม เลยมีอะไรให้เล่นมากมายกว่าคราวที่แล้ว
แค่เห็นเต้นท์ก็หรูแล้ว เต้นท์ขาวหมดทุกเต้นท์ มีผ้าใบคลุมให้ทุกด้าน
ก็งานนี้มันงานยักษ์นี่ แค่ได้เห็นหน้าตาการจัดงาน ทั้งทางเข้า ทั้งป้าย ทั้งคัด
งบมันหลังไหลมาจากไหนฟะเนี่ย ครั้งก่อนแม่งตัดงบเอาๆ
อิจฉาไอ้พวกเด็กๆ ป.ตรี ปีนี้ไปเลย ได้ทำโปสเตอร์สวยๆ ได้จัดบูทงามๆ
แต่ได้ข่าวจากสายสืบว่า น้อง BC ปีนี้จัดไม่ค่อยดีหวะ เกิดไรขึ้นเนี่ย...
ในส่วนเรื่องแย่ๆก็มีเหมือนกัน การว่างตำแหน่งบูท และการประสานงานไม่ดีเอามากๆ
มีที่ไหนให้บูทสองบูทหันหน้าเข้าหากัน ด้านหลังเป็นทางเดินหลัก คนก็น้อยซิฟะ
แถมวันที่ให้เก็บของดันปิดประตูซะเกือบหมด เปิดประตูบัญชีประตูเดียว
ขนของกลับสถาบันประมาณ 1 ชม.ต่อรอบ ขนตั้งแต่บ่ายโมงเสร็จเอาเกือบทุ่ม

งานนี้ได้อาไรเยอะมากๆ

เรื่องแรกที่อยากพูดถึงเลย คือ วิทยาศาสตร์ ควรจะมีศิลปะศาสตร์คอย Backup ด้วยนะครับ
เห็นโปสเตอร์ที่น้องๆ ทำออกมาสวยงามอร่ามแท้จริงๆ หันมาดูโปสเตอร์ในบูทแล้ว เศร้าเลย...

งานนี้ได้เห็นนิสัย... ของคนกลุ่มนึงได้ดีจริงๆ แต่ก็เอาเถอะ บ่นไปก็เท่านั้น
เค้าว่ากันว่า ถ้าอยากได้ความเชื่อใจจากคนอื่น ก็จงเชื่อใจคนนั้น
               ถ้าอยากได้ความจริงใจจากคนอื่น ก็ต้องจริงใจกับเค้าด้วย

งานจะออกมาดีหรือไม่... ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบ และความสามารถของคนทำอย่างเดียว
แต่ขึ้นกับความเห็นของคนรอบข้างด้วย... โดยเฉพาะความเห็นที่เป็นเสียงข้างมาก...

เสร็จงานแล้วก็มาเอาจริงเอาจังกับการทำแลบเสียที
เด๋วจะไม่ได้เป็นพี่เอ็ดดี้เอาซะ...

ปล. ไม่อยากโม้ โมเดลกระดาษแอนติบอดีได้รับความนิยมอย่างมาก... จนเป็นเรื่องเลยครับ...

9 October

คิดถึงจริง นาย space

"โย่...."
ไม่ได้กล่าวคำนี้ใน space นานแล้ว... คิดถึงจริงๆ....

ช่วงนี้จะว่าสบายก็สบายดี จะว่ายุ่งๆ ก็ยุ่งจริงๆ จะว่าเซ็งๆ ก็นิดหน่อย
ก็เรื่อยๆ ไม่ค่อยอยากจะคิดอาไรมากมายให้ปวดหัว... อยู่ไปวันๆ
ทำไมนะหลอ...
พอดีช่วงนี้สิ่งต่างๆ ในชีวิตเกิดการผันผวนปรวนแปร เดือนเคลื่อน ดาวก็ย้าย
เลือดลมปั่นป่วน ชีพจรผันแปร ลมปรานแตกซ่าน สติเลอะเลือน....
งงไปหลายต่อหลายตลบเหมือนกัน... แต่ทำไงได้ชีวิตมันก็อย่างนี้...

ทำไมครับทำไม ไอ้ช่วงเวลาที่มันจะมีความสุข ชีวิตก็จะเอาไอ้เรื่องวุ่นๆ มาทับถมกันเข้าไป
จนความสุขถูกทับ ถูกบดบังจนรู้สึกว่ามันแทบจะไม่มีความสุขซะได้...

เปิด space มาก็บ่นแล้วตู... ไม่เอา ไม่เอา เลิกบ่น....
ไม่ได้เข้ามานาน ไม่รู้ว่ายังมีมนุษย์ตนไหนเล่น space อยู่หรือเปล่า

นายคงไม่ว่าเรานะ ที่เราไม่ได้คุยกะนายมานาน... ก็มีอยู่ช่วงนึงที่หลงคารมตามสาวฮิห้าไป ทิ้งเพื่อนเก่าให้เหงาไปนานเลย
แต่แล้วก็ไปกันไม่รอดต้องเลิกลากันไป ก็มันไม่รู้จะเล่นอาไรนี่ มันเหมือนไม่มีความผูกพันธ์เหมือนนาย
รู้สึกมันไม่ใช่เพือนสนิทที่มีความหลังมากมายเหมือนนาย ยังไงนายก็อย่าโกรธเรานะ
เพราะคราวนี้เราจะพยายามคุยกะนายมากๆล่ะ

ปล. ตอนนี้พวกที่จะไปเตรียมค่ายคงเตรียมของเสร็จแล้วล่ะนะ อยากไปชิหาย แต่ก็ติดสอบ CU-TEP
      การสอบ Q ได้จบสิ้นไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย เด๋วคงได้รู้กันว่าจะหมู่หรือจ่า

19 May

ฝน

หน้าฝนปีนี้มาเร็วกว่าทุกปี ไปทางไหนก็เจอแต่คนกลัวฝน
จะว่าไปผมก็เป็นคนชอบฝนคนนึงนะเนี่ย
ชอบกลิ่นของระออกน้ำตอนฝนใกล้จะตก ชอบบรรยากาศตอนฝนตก
ชอบตอนที่ผู้คนวิ่งวุ่นไปมาบนท้องถนน หาที่หลบฝน
กลิ่นของดินที่โดนฝนใหม่ๆ มันช่างหอมอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
อยากจะลงไปนอนเกลือกกลิ้งเล่นจัง
นี่ถ้าเป็นเด็กๆ คงวิ่งออกไปกระโดดเหยียบน้ำให้แตกกระจาย
แล้วก็วิ่งเอาตัวไถลไปตามพื้นปูนลื่นๆ เล่นอย่างสนุกสนานไปแล้ว
 
โห้วย... ฝนมันจะตกลงมาทำไมนักหนาเนี่ย
เปียกก็เปียก แม่งของที่อยู่ในเป้เนี่ยเปียกหมดแล้ว
รถแม่งก็ดันมาติดอีก เบื่อจริง นี่ขนาดขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
ฝนแม่งก็ตก คนแม่งก็เยอะ เบียดกันเข้าไป
กระบองเพชร ที่บ้านตู โดนฝนจนจะเน่าแล้วเนี่ย
ที่ออกดอกมาก็ยังไม่ได้ดู ดันมาโดนฝนจะดอกเหี่ยวหมดกัน
2 April

หมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29

ทริปนี้เป็นคนจัดเองซะงั้น นึกถึงพี่พิทเลยเป็นคนจัดนี่มันเหนื่อยจิงๆ
อยู่ๆ ก็จัดขึ้นมาอย่างรีบด่วนเพราะกลัวไม่ได้ไป ใครไปไม่ได้ก็ตัดตัวเลือกออกอย่างเดียว
จนเหลือบุคคลที่ไปเพียง 4 ท่านเท่านั้น คือ เรา มาย พี่เมย์ พี่มนัส
รถออกจากสายใต้ใหม่ใหม่เวลา 2 ทุ่มครึ่ง ของวันที่ 29 เม.ย. มุ่งหน้าสู่อำเภอคุระบุรี
นั่งรถ บขส. ป.1 สมัยนี้มันรู้สึกประทับใจดีจัง บริการดี สะอาด ตอนเที่ยงคืนได้กินข้าวต้มอีก
ถึง อ.คุรบุรี จ.พังงา เวลาประมาณ ตี 5 เกือบ 6 โมง เข้าที่ทำการบริษัทบาราคุด้าทัวร์
ล้างหน้าล้างตา แล้วก็ออกไปหาซื้อเสบียงสำหรับกลางวันที่เกาะ เป็นข้าวเหนียวไก่ทอด
จากนั้นก็ขึ้นเรือ Speed boat (ในราคาเรื่อใหญ่) ไปเกาะสุรินทร์
ถึงเกาะสุรินทร์ก็เข้าไปติดต่อที่ก้างเต้นท์กับทางอุทยาน
ก้างเต้นท์เสร็จ ก็เล่นน้ำกัน น้ำทะเลใส ฟ้าคราม ทรายขาว ป่าเขาเขียวขจี สุดๆ จริงๆ
เล่นน้ำเสร็จก็ ไปจองเรือดำน้ำ กับเช่า snorkel รอบบ่าย
ไปดำที่ เกาะตอรินลา และ อาวผักกาด
ปะการังเยอะมากมายเป็นเขากวางเป็นส่วนใหญ่ แต่เค้าบอกว่ามันโดนสึนามิซะเละแล้ว
เจอปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว ปลาสินสมุทรจักรพรรดิ และอื่นๆ
แต่ดูรวมๆ แล้วก็ยังสวยสู่ไปดำที่เกาะช้างไม่ได้ แต่ที่นี้มันมีเยอะมากๆ มีเป็นทุ่งเลย
กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนชุด นอนเล่น ถ่ายรูป กินข้าวเย็น แล้วก็เข้านอน
ฝนตกหนัก ต้องรีบเก็บของแล้วเขาไปนอนในเต้นท์ หลับบ้างตื้นบ้าง
เช้าตื้นมาเก็บของ ไปกินกาแฟ แล้วก็ไปดำน้ำรอบเช้าต่อ
พี่เมย์ไปไม่ได้เพราะไม่สบายเลยอยู่เฝ้าเต้นท์ รอบเช้าวันนี้ไปเกาะสตอร์ค กับอ่าวจาก
คลื่นแรงเหลือหลาย แต่ก็โชคดีที่เจอเตาทะเลครับ เต่าตนุตัวเป็นๆ เพิ่งเคยเห็น
ว่ายน้ำผ่านขาไปเลย กำลังว่ายตามไปแต่มันออกทะเลไปแล้ว คลืนแรงอีกตะหาก
รอบนี้รู้สึกว่าปะการังสวยกว่าก่อนหน้านี้ แต่คลืนแรงมาก เพราะเมื่อคืนฝนเพิ่งตกมั้ง
กลับมาเลยมึนเมากันไปตามๆ กัน รอบบ่ายเลยขอบายไม่ไปดำ
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็กินข้าว แล้วก็หลับยาวไปจนถึงบ่าย 2 เลย
ตื่นมา ก็คว้ากล้องถ่ายรูปต่อ แล้วก็ออกเดินเที่ยวรอบๆที่ก้างเต้นท์
บุกตลุยเข้าเส้นทางสำรวจธรรมชาติ กะว่าจะไปหาดไม้งาม แต่มัน 2 กิโล
กลัวจะมึดซะก่อนเลยไปถึงแค่หาดกระทิง มีที่พักของทหารเรือแล้วก็หาดสวยๆ ให้ถายรูปกัน
เดินกลับมาถึงที่พักก็ประมาณ 6 โมง ไปสั่งข้าวแล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนชุด กินข้าว
กินเสร็จก็ออกมานอนเล่นที่ชายหาด ดูดาวสักพัก ก็นอนกะว่าจะนอนข้างนอกเต้นท์
ฝนตกลงมาอีก เลยอพยพเข้าในเต้นท์ แล้วแม่งก็หยุด แต่ขี้เกียจออกมาและ
เช้าตื้นมาไปขโมยน้ำร้อนที่อุทยานมาต้มมาม่ากิน แล้วก็ชงกาแฟ-โอวันตินกินกัน
แล้วก็เล่นน้ำสั่งลาที่หาดหน้าที่กางเต้นท์อีกซักรอบ น้ำใสน่ายกไปไว้หลังบ้านมากๆ
แล้วก็ร่ำลากันไป จากนั้นก็อาบน้ำเก็บของแพคกระเป๋าเตรียมกลับ
กินข้าวเที่ยงที่เกาะมื้อสุดท้ายก่อนไป(สรุปว่ามาไม่ได้กินอาหารทะเลเลย ได้กินแต่หมูกะไข่)
ประมาณบ่าย 2 ก็ขึ้นเรือ speed boat กลับ รอบนี้คนเยอะแน่นเรือ ตากแดดร้อนอีกตะหาก
คนบ้านติดทะเลเมาเรือกันไปตามกัน ยกเว้นเด็กดอยไม่เมาอยู่คนเดียว
ถึงท่าเรือของบริษัททัวร์ก็อาบน้ำล้างหน้าแปลงฟันกันไป
แล้วเค้าก็พามาส่งที่ที่ทำการโดยรถ Land Cruiser โคตรจะ VIP เลย
จากนั้นก็ไปหาอะไรกินกันที่ตลาด ได้ขนมจีนรองท้อง กับไก่ทอดกินเล่น
6 โมง 15 รถทัวร์ก็มา เป็นรถของบริษัทลิกไนท์ทัวร์ เบาะนั่งสบายมากหลับเป็นตาย
แวะพักที่คุณสาหร่าย(มีข้าวเลี้ยงแต่กินไม่ลงหวะ) ซื้อของฝากกลับ
ถึงกรุงเทพตี 5 กว่าๆ นั่งเท็กซี่กลับกับพี่เมย์ ถึงห้องหลับเป็นตาย....
16 January

ยอดที่ 6 จาก 26 "ลังกาหลวง 2031 ม."

หลังจากกลับมาจากไปรักษาอาการแพ้ที่สูง(เห็นที่สูงแล้วทนไม่ได้ต้องไปพิชิต)ที่ดอยลังกาหลวง
ก็กลับมาด้วยสภาพครบ 32 บางทีอาจฟิตกว่าเดิมด้วยซ้ำ...
กลับมาถึงยังไม่ได้พักผ่อนก็ต้องรีบไปทำแลบแบบเร่งด่วน ง่วงก็ง่วง แต่ต้องเฝ้า HPLC
จากนั้นก็ติดต่อเรื่องต่อโทควบเอกกับพี่ปลา แล้ววันนี้ก็ได้ข้อสรุปว่า
จะเปลี่ยนก็ได้แต่จะต้องสอบ Qualify ให้ผ่านก่อนจึงจะเปลี่ยนไปเป็นเอกได้
ตอนนี้ก็เลยต้องทำใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำแลบไป แล้วเทอมหน้าก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือไปสอบให้ผ่าน
รู้สึกกังวลใจไงไม่รู้หวะ ไม่รู้ว่าทางที่เลือกจะถูกสำหรับตัวเองแล้วหรือเปล่า

พักเรื่องหนังหัวมาพูดถึงดอยลังกาหลวงที่ไปเยือนมาดีกว่า
เอ่อกลับมาแล้วเพิ่งรู้ว่ามีเด็กไปเที่ยวภูชี้ฟ้า แล้วตกหน้าผาตาย เหอะๆ คณะเรารอดมาได้หวะ
เอาสั่นๆเลยดีกว่า

ทริปนี้ มี 13 คน ชาย 5 หญิง 8
จ้างเจ้าหน้าที่ 1 ลูกหาบ 1(อันนี้ไม่ได้ตั้งใจจ้าง)
ชาย : เรา พี่พิท พี่อาร์ท พี่พัท ไอ้อ้น
หญิง : เจ้ พี่อิ๋ง ไอ้หมวย ไอ้ชุ ไอ้ตุ๊ก ไอ้แพร ไอ้หมี ไอ้นุ่น(อักษรฯอีกแล้วครับ)
ขึ้นรถไฟตอนบ่าย 2 ครึ่ง ถึงเชียงใหม่ ตี 5กว่าๆ
ได้กิจกรรมเกมบัตรทาสเป็นเพื่อนแก้ง่วง
อากาศที่เชียงใหม่ตอนตี 5 หนาวยังกะอยู่บนดอย
รถที่อุทยานฯเบี้ยวไม่มารับ เลยเหมารถเข้าอุทยาน
ซื้อของที่ตลาดอะไรฟะ? จำไม่ได้ ต้องรีบซื้ออีก ซื้อไม่ครบด้วย
เร่งรีบขึ้นดอย วันแรกเดินขึ้นเขาชัน กลัวจะไม่ถึง
ทางชัน ของหนัก อากาศเย็น ง่วง
ของขึ้นกันเป็นแถว ยกเว้นข้าพเจ้าเพราะข้าพเจ้าฟิตมา
แคมป์แรกที่"ผาโง้ม" เกือบมืดแล้ว ดูพระอาทิตย์ตกไม่ทัน
ลืมซื้อพริก ลืมซื้อหวด ลืมซื้อโลคอล ลืมไปหมด เซง...
นั่งปิ้งหมูกะแม่นางปิ้งปิ้ง แล้วก็หลับข้างกองไฟ
หนาวยังกะอยู่ cold room ลุกขึ้นมาเติมฟืน
ตื่นเช้ากินโอวันติน ไม่มีกาแฟเพราะไม่ได้ซื้อ
เก็บของออกเดินต่อ วันที่สองชันแต่ใกล้ สบายๆ
วันนี้ใส่เสื้อ ExTAA ที่สะกดผิด
แล้วก็ได้มาเหยียบจุดที่สูงที่สุดของทริป
ยอด"ดอยลังกาหลวง"
ชมพระอาทิตย์ลับขอบเขา ดูจุด ฮ. ตก
อึในป่าครั้งแรกในชีวิต(ไม่ถนัดแต่สบายตัวดีจริง)
อาหารเย็นเป็นของป่าแท้ๆ แกงหยวกปลากระป๋อง
ไม่มีโลโคล แต่มีโกลเบิลเป็นบักจอร์นย่าง...
เมา หลับ ข้างกองไฟอีกแล้ว
เช้าคนอื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ข้าพเจ้านอนเฝ้าแคมป์
ตื่น เก็บของ เดินต่อ วันนี้ของเบา และทางไม่ชันมาก แต่ไกลอยู่
แวะน้ำตก(ไม่น่าเรียกน้ำตกนะ น่าจะเรียกลำธารมากกว่า)
อาบน้ำอุณหภูมิสูงกว่า 0 องศานิดหน่อย สะใจหลายๆ
เดินต่อ ถึงแคมป์สุดท้าย "ลังกาน้อย"
พิชิตลังกาน้อย กราบนมัสการเจดีย์บนยอด
ชมพระอาทิตย์ตก ความงามที่ลืมยาก
ลงมากินอาหารเย็น เป็นแกงหยวกเหมือนเดิม
ขึ้นไปดูดาวที่ยอดเขาใกล้ๆ ได้พี่อาร์ทกะพี่พิทเป็นวิทยากร
ไอ้นุ่นอธิบายเทพนิยายกรีกจนน่าไปซื้อหนังสือมาอ่าน
ลงมาอึในป่ารอบที่สอง เบิ้ลซะงั้น
นอนข้างกองไฟอีกแล้วในเต้นท์หนาวกว่าข้างหนอก
ตื่นเช้า เก็บของเดินต่อ ต้องผ่านยอดลังกาน้อย
สั่งลากันเรียบร้อยก็ลงทางหน้าผา 90 องศา
ถ้าใครพลาดคงเป็นข่าวเหมือนภูชี้ฟ้า
เดินต่อ มีแต่ทางลง ลง และลง จนนิ้วตีนระบม
ทางเป็นดินปนหินร่วนๆ ก้นจูบพื้นไปหลายรอบ
รีบเร่งเดินกันสุดๆ ให้ทันรถไฟ
ผ่านหมู่บ้าน เพิ่งเคยเห็นเม็ดกาแฟสดๆ
ขึ้นรถอุทยานกลับอุทยาน เคลียตังค์เก็บของขึ้นรถเหมากลับ
ถึงสถานีรถไฟบ่ายสอง รถไฟออกบ่ายสองห้าสิบ
วิ่งไปซื้อโปสการ์ด นั่งเขียน ในขณะที่คนอื่นไปล้างหน้าตา
ล้างหน้าเอาสิบนาทีสุดท้าย วิ่งไปส่งโปสการ์ด วิ่งขึ้นรถไฟฉิวเฉียด
หลับ ตื่น ฟังเพลง เล่นไพ่ หลับ ตื่น ขยับตัว หลับ ตื่น
ถึงกรุงเทพฯ ตี 5 กว่าๆ ขึ้นรถเมล์กลับห้อง
อาบน้ำ จัดของเก็บ ลุยแลบต่อที่สถาบันฯ

8 January

เร็วๆนี้... ชีวิตอาจจะเปลี่ยน...

วันนี้มีประชุมห้องแลบชั้น 8 แต่ตื่นสายไปหน่อย
ยังดีที่ไปถึงก็เริ่มประชุมกันเลย
เข้ามาถึงนั่งเก้าอี้ก้นยังไม่ทันร้อนอาจารย์ก็ถามขึ้นว่า
"สรุปว่าฉีดหนูใหม่ใช่ไหม?" ไอ้เราก็พยักหน้าหงกๆ แล้วก็ยิ้มเจือนๆ
แล้วคำถามที่ไม่คาดฝันมาก่อนก็หลุดออกมาจากปากอาจารย์
"อย่างงี้งานก็เหมือน ป.เอก เลยนะสิ เปลี่ยนไปทำโทควบเอกเลยไหม?"
ด้วยความตกใจในคำถามที่ไม่คาดคิดก็ได้อุทานออกไปว่า"เจ็ทเอี้ย"(ในใจ)
แต่ก็อุทานออกมาจิงๆด้วยความตกใจว่า "เอี๊ยก!" ซึ่งไม่มีความหมายในพจนานุกรม
เอาไงล่ะทีเนี่ย คราวนี้เครื่องหมาย Question mark ลอยอยู่เต็มหัวเลย
ไม่รู้จะบอกว่ายังไง
เหมือนมันมีสเปกตรัมอารมณ์วิ่งไปวิ่งมาอยู่ในใจ
มันมีทั้งความเศร้า สับสน งุนงง กลัว ไม่แน่ใจ จนกระทั้ง ตื้นเต้น ยินดี จนถึงดีใจ
เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะมีความคิดที่ไม่อยากเรียนต่อแล้วอยากลาออกโผล่มาอยู่
แล้วด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ก็คิดว่าจะลุยแลบต่อให้เสร็จไม่ว่าจะยังไงก็ต้องจบโทให้ได้
แล้วก็ดันมีเส้นทางอีกเส้นนึงโผล่ขึ้นมาให้คิดอีก ปวดหัวไม่รู้จะเลือกทางไหน
ก็เลยตอบอาจารย์ไปว่าจะขอกลับไปคิดอีกที(เล่นตัวอีกแน่ สาด)
ขอปีนภู ขึ้นเขา หาที่สูงๆ อยู่เพื่อคิดและทำใจหน่อยละกัน
แล้วกลับมาจะมาบอกคำตอบในใจว่าจะ Yes หรือ No
 
และแล้ววันนี้ก็ได้ทำเสื้อ ExTAA ได้สมใจ
เป็นการทำเสื้อที่เหนื่อยเอี้ยๆ ครับ
วันนี้เดินจากสถาบันฯ ไปสนามกีฬา(อันนี้ยังใกล้) เพื่อเอาแบบไปทำบล็อก
แล้วจากนั้นด้วยความงกผสมอยากฟิตก่อนขึ้นเขา
ก็เลยเดินจากสนามกีฬาไปโบ๊เบ้(ไกลโคตร) เพื่อหาซื้อเสื้อยืด
จากนั้นก็เดินกลับจากโบ๊เบ้มาสนามกีฬา(ไกลสาด) เพื่อเอาเสื้อมาส่งให้ที่ร้านสกรีน
จากนั้นส่งเสื้อเสร็จก็เดินกลับจากสนามกีฬาไปชมรม(ไกลเอี้ยๆ)
ไม่พอครับไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมกับพี่น้องชมรม(ไม่ไกลมากชินและ)
ยังไม่พอใจแม่งพวกที่ชมรมชนไปกินลาบที่สวนหลวง(ไกลส้นตีน)
ไม่รู้ว่าวันนี้เดินไปกี่สิบกิโล แต่รู้สึกว่าเฉยๆหวะ สบายๆ อย่างงี้เดินป่าเบๆ
 
ช่วงนี้มีคนบอกว่าบล็อกเรามันมีอารมณ์เหงาเพ้อ...
ก็คงจริงหวะ... เหงาเอี้ยๆ แต่บอกไปก็เท่านั้น เก็บความเหงาไว้เป็นเพื่อนคนเดียวดีกว่า